รีวิว 2022 MALAGUTI MADISON 150 พรีเมี่ยมสกู๊ตเตอร์จากอิตาลี พร้อมขายในไทยแล้ว

0

MALAGUTI MADISON 150 พรีเมียมสกู๊ตเตอร์จากประเทศอิตาลี ที่เข้ามาขายและทำตลาดในประเทศไทย เด่นด้วยดีไซน์และช่วงล่างที่เหนือชั้นกว่าใครในคลาสเดียวกัน

Madison 150

ก่อนจะพูดถึงตัวรถผมขอกล่าวถึงแบรนด์หรือยี่ห้อ MALAGUTI ให้ทราบกันก่อน มาลากูติ กำเนิดขึ้นในปี ค.ศ. 1930 ที่เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี โดย Mr. Antonio Malaguti เป็นผู้ก่อตั้ง ชื่อยี่ห้อก็มาจากชื่อสกุลของผู้ก่อตั้งนี่ล่ะครับ

Malaguti Madison 150

เมืองโบโลญญา ประเทศอิตาลี ถือเป็นเมืองต้นกำเนิดยนตรกรรมระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lamborghini , Maserati , Ducati และ Malaguti ก็เป็นหนึ่งในนั้น มาลากูติจึงมีสโลแกนประจำแบรนด์ว่า The Spirit of Bologna

Malaguti Madison 150

เดิมที่ผ่านมา Malaguti ผลิตและขายมอเตอร์ไซค์แต่เฉพาะในทวีปยุโรป มีรถแทบจะทุกประเภท มีทั้งรถสปอร์ต รถเอ็นดูโร่ และรถสกู๊ตเตอร์ก็มีหลายขนาด จนมาในปีนี้มาลากูติก็พร้อมแล้วที่จะเข้ามาทำตลายและขายในเอเชีย

Malaguti Madison 150

Malaguti จึงได้จับมือร่วมทุนกับ บริษัท ไดนามิค มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และให้กับทาง GP Motor โรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ เป็นผู้ผลิตและประกอบเพื่อส่งขายในแถบอาเซียนและส่งกลับไปขายยังทวีปยุโรปด้วย โดยจะใช้ชิ้นส่วนวัตถดิบในไทยกว่า 60% ในการผลิต

ซึ่ง GP Motor เป็นโรงงานที่ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น Royal Enfield Continental 650 และ Interceptor 650 หรือยี่ห้อ Lambretta ก็ผลิตที่นี่

Malaguti Madison 150

ส่วนเครื่องยนต์ของ MADISON 150 จะเป็นการนำเข้ามาจากโรงงานในประเทศเวียดนาม ออกแบบและควบคุมคุณภาพโดยทีมจากอิตาลีโดยตรง เรื่องคุณภาพจึงมั่นใจได้

Madison 150

MADISON 150

Madison 150 เป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นแรกที่มาลากูติเอาเข้ามาทำตลาด เป็นพรีเมียมสกู๊ตเตอร์ที่มีเส้นสายดีไซน์มีความสปอร์ตอย่างมาก

สเปคเครื่องยนต์เป็นแบบ 1 สูบ 4 จังหวะ SOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด EFI จาก Bosch

Malaguti Madison 150

ฟังก์ชั่นรอบคัน

นอกจากดีไซน์ที่เป็นจุดเด่นแรก ยังให้ฟังก์ชั่นดีๆมารอบคัน เริ่มที่เรือนไมล์ Full LCD ทาง Malaguti เรียกว่า LCD Display Dynamic Motion จุดเด่นตรงที่บอกวัดรอบเครื่องยนต์ออกแบบให้มีมั้งซ้ายขวาของเรือนไมล์เวลาเร่งเครื่องยนต์รอบเครื่องไฟบนเรือนไมล์จะวิ่งเข้าหากัน และมีไฟรูปเครื่องบินด้านบนหน้าจอเรือนไมล์ โดยปีกของเครื่องบินจะขยับขึ้นลงซ้ายขวาตามที่เราเปิดสัญญานไฟเลี้ยวและไฟ Hazard

Malaguti Madison 150

ไฟ LED รอบคัน ไม่เว้นแม้แต่ไฟส่องป้ายทะเบียน มี Day Time Running Light เป็นเส้นยาวตลอดโคมไฟหน้าทั้ง 2 ข้าง ไฟท้ายสวยมากดีไซน์ชวนให้ผมนึกถึงรถซูเปอร์คาร์อย่างแลมโบกินี่เลยล่ะ และให้ท้ายสั้นมาเลยสวยโล่งโดนใจวัยรุ่น

Malaguti Madison 150

ให้กุญแจ Keyless มาเป็นมาตรฐาน โดยตัวกุญแจจะมีระบบกันขโมยด้วย และที่รีโมทจะมีลูกกุญแจฉุกเฉินซ่อนอยู่ เผื่อตัวรีโมทแบตหมดก็ยังสามารถใช้กุญแจฉุกเฉินเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดฝาถัง เปิดเบาะนั่งได้

Malaguti Madison 150

คอนโซนมีช่องเก็บของทั้งซ้ายขวาแต่ที่ฝั่งซ้ายจะมี USB Charging Socket สำหรับชาร์จมือถือหรืออุปกรณ์อื่นๆ ได้ หัวเป็น USB Type A

ถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้ความจุมากถึง 10 ลิตร ผมว่าน่าจะมากที่สุดในรถสกู๊ตเตอร์คลาสนี้เลย ซึ่งทางมาลลากูติบอกว่ามีอัตราสิ้นเปลืองที่ 40 กม./ลิตร ที่ความเร็วปกติ 60 กม./ชม. แต่ในการทดสอบครั้งนี้ เราขี่กันแบบเต็มที่ทั้งใช้ความเร็ว เร่งๆ หยุดๆ อัตราสิ้นเปลืองจะทำได้ราวๆ 32-33 กม./ลิตร ก็ยังถือว่าดีอยู่ 1 ถังไปได้ 300 กว่ากิโลเมตรเลยนะ

Malaguti Madison 150

ช่วงล่างเริศ บอกเลย

โช้คอัพหน้าเทเลสโคปิค โช้คหลังคู่สามารถปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ ดิสก์เบรกหน้าขนาด 250 มม. ดิสก์หลังขนาด 220 มม. จานดิสก์เป็นแบบ Wave Disc นอกจากสวยยังระบายตวามร้อนได้ดีกว่า

Malaguti Madison 150

คาลิปเปอร์หน้า 3 ลูกสูบ คาลิปเปอร์หลั 1 ลูกสูบ มี CBS (Combi Brake System) ระบบกระจายแรงเบรกให้มาเป็นมาตรฐาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคาลิปเปอร์หน้ามี 3 ลูกสูบ หนึ่งในสามลูกสูบจะร่วมทำงานในระบบกระจายแรกเบรก คือเมื่อบีบเบรกหลังจะกระจายแรงเบรกให้เบรกหน้าทำงานด้วย

Malaguti Madison 150

จากที่ได้ลองขี่ ช่วงล่างเป็นอีกจุดที่ผมประทับใจ ให้ฟีลลิ่งสปอร์ตแน่นหนึบ ทำให้ขี่สนุกมาก เลี้ยวได้คล่องตัว ใช้ความเร็วในโค้งได้มั่นใจ ถ้าใครใช้แล้วยังรู้สึกขาดๆเกินๆ ก็สามารถปรับสปริงพรีโหลดให้เหมาะกับน้ำหนักตัวได้ด้วยนะครับ

Malaguti Madison 150

ลองขี่กันเลย City Ride วันเดียว 200 กิโลเมตร

การลองขี่มาลากูติ เมดิสัน 150 ของผมเป็นการลองขี่ใช้งานใน กทม. อย่างแรกที่ชอบคือดีไซน์ที่สวยสปอร์ต โดยเฉพาะท้ายรถที่ลงตัวสวยงาม

Malaguti Madison 150

เบาะนั่งมีพื้นที่ของคนขี่ที่ค่อนข้างเยอะ ตัวเบาะมีเดินด้ายแดงให้ดูสปอร์ตพรีเมียมมากขึ้น พื่นที่วางเท้าก็มีให้แบบเหลือเฟือ ทำให้ขยับปรับเปลี่ยนท่าทางการขี่ได้สะดวกตำแหน่งท่านั่งสบายไม่เมื่อย โดยพื้นที่ของคนซ้อนก็ยังมีให้สบายๆ

Malaguti Madison 150

เมดิสันให้ความคล่องตัวในสภาพการจราจรหนาแน่นอย่างใน กทม. ได้ดีมาก กำลังเครื่องยนต์รอบต้นที่สั่งได้ทำให้การซอกแแซกรถติดหรือเร่งในช่วงสั้นๆ ทำได้ดี และในทางโล่งยาวกำลังเครื่องยนต์ก็ให้กำลังได้ต่อเนื่อง ผมทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 129 กม./ชม. บนทางราบพร้อมน้ำหนักตัว 85 กิโลกรัม (ดูได้ในคลิปรีวิว Link ด้านท้ายครับ)

Malaguti Madison 150

ช่วงล่างสไตล์แน่นหนึบขี่แล้วสนุกการร่อนหรือพลิกเปลี่ยนเลนทำได้อย่างมั่นใจ โค้งกว้างหรือแคบก็เกาะโค้งได้ดี เลี้ยวไวๆ เข้าได้เลยไม่มีย้วย ยางที่ให้มาของ IRC IZS ล้อหน้าขนาด 100/80-14 ล้อหลังขนาด 120/70-14 เป็นแบบ Tubeless

เบรกที่ให้ระบบ CBS มาด้วยจัดว่าเหลือเฟือกับขนาดรถและการใช้งาน หยุดรถได้ตามที่คิด โดยรวมสมรรถนะทั้งการควบคุม เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ถือว่าดีเกินตัว

Malaguti Madison 150

Malaguti Madison 150 เปิดราคาขายที่ 79,800 บาท มีให้เลือก 4 สีคือสีแดง สีเขียว สีขาว และสีดำ รับประกันเครื่องยนต์ 3 ปีหรือ 30,000 กิโลเมตร

สามารถซื้อได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่าย 50 สาขาทั่วประเทศ เช็คสาขาได้ที่ http://malaguti.bike/th/ และในเพจเฟซบุ๊ค Malaguti Thailand ครับ

อย่างที่บอกในตอนต้นผลิและประกอบในไทย ใช้ชิ้นส่วนในไทยกว่า 60% เรื่องอะไหล่จึงมั่นใจได้ว่ามีรองรับ ใครหารถสกู๊ตเตอร์ขนาด 150 ซีซี ใช้งานต้องลองดู Madison 150 อีกรุ่นครับแล้วจะไม่ผิดหวัง


เจาะสเป็ค ราคา Honda PCX160 ทุกรุ่น คลิก
รีวิว Honda Forza 350 RoadSync
รีวิว Honda Forza 350 เดินทางไกล กทม.-จันทบุรี
ไขความแรงเครื่องยนต์ eSP+
2020 New Honda Click 150
รู้จักรหัส RR ของ CBR Series พิเศษขนาดไหน คลิก
Ducati Panigale V4 แต่งเต็ม ลงล่าแชมป์ SB2 ใน OR BRIC Superbike

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

2 × three =