ลองขี่ Aprilia SR GT 200 สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมจากอิตาลี ข้อมูล สเปค ราคา มาครบ

0

Aprilia SR GT 200 เปิดตัวครั้งแรกในไทยแล้ว เป็นรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมที่อยู่ในกลุ่ม Urban Adventure ใช้งานได้ทุกวันและในทุกที่ ไม่ว่าจะทางเรียบหรือทางฝุ่น มาด้วยกัน 2 รุ่น สเปค ราคา มาดูกันเลย

Aprilia SR GT 200

อาพริเลีย” (Aprilia) แบรนด์ซูเปอร์ไบค์ระดับตำนานสัญชาติอิตาลี เปิดตัว “Aprilia SR GT 200” สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมที่ถ่ายทอดอาพริเลีย DNA “Be A Racer” สะท้อนตัวตนสู่การขับขี่สไตล์ Urban Adventure ภายใต้คอนเซปต์ Everyday Everywhere ด้วยการออกแบบที่โดดเด่นแบบ Italian Design อัดแน่นด้วยสมรรถนะทรงพลังกับเครื่องยนต์ i-Get ใหม่ล่าสุด

Aprilia SR GT 200

Aprilia SR GT มาด้วยกัน 2 รุ่นพร้อมเปิดราคา คือ Aprilia SR GT 200 ราคา 143,000 บาท และ Aprilia SR GT 200 (Sport) ราคา 148,900 บาท

6 ฟีเจอร์เด่น

ความสปอร์ตที่เหนือกว่ารูปลักษณ์ ด้วยเส้นสายที่ถูกออกแบบอย่างเฉียบคมพร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงแบบสปอร์ตอย่างละเอียดในทุกจุด SR GT 200 คันนี้ จึงมีความเป็นสปอร์ตในสไตล์อิตาลีอย่างชัดเจน ด้วยแฮนด์บาร์แบบกว้าง โครงเหล็กแบบรูปทรงเปลคู่ รวมทั้งระบบรองรับน้ำหนักที่โดดเด่นด้วยระยะห่างจากพื้นที่สูงถึง 175 มม. ทำให้มีความคล่องตัว ไม่ว่าจะเผชิญกับสิ่งกีดขวางใดๆ

ให้ทุกวันเป็นวันที่สนุกและเร้าใจยิ่งกว่าที่เคย สกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมคันนี้ เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ด้วยช่องเก็บของใต้เบาะขนาด 25 ลิตร ที่สามารถใส่หมวกนิรภัยแบบเต็มใบได้ พร้อมพอร์ต USB สำหรับชาร์จไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ และหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ซึ่งเมื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม Aprilia MIA ก็สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ โดยใช้ปุ่มควบคุมที่แฮนด์ได้อย่างง่ายดาย

Aprilia SR GT200

ขับขี่คล่องตัว และควบคุมได้อย่างแม่นยำ ด้วยการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ทั้งแฮนด์บังคับ ตำแหน่งเบาะนั่งและที่พักเท้า พร้อมระยะโอเวอร์แฮงค์ต่ำ ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างคล่องตัว และที่พักเท้าสำหรับวางเท้าไปด้านหน้าที่มีระยะยาวขึ้น

มั่นใจได้ในความสะดวกสบายและอิสระในการขยับท่วงท่าขณะขับขี่ ด้วยตำแหน่งที่พักเท้าผู้ขับขี่ 2 ระดับ ให้ความผ่อนคลายสำหรับการขับขี่เดินทางไกล พร้อมที่พักเท้าผู้โดยสารทรงสปอร์ต เมื่อพับเก็บจะเรียบเข้ากับการออกแบบตัวรถ

จอแสดงผล จอชนิด LCD พื้นหลังโทนสีดำเข้มตัดกับตัวอักษรสีขาวให้ความชัดเจนและแสดงค่าต่างๆ ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน โดยบริเวณด้านบนจะแสดงไฟเตือนระบบต่าง ๆ

Aprilia SR GT200

มอบทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมด้วยไฟ LED เต็มรูปแบบ ไฟเดย์ไลท์และไฟหน้า ทั้งไฟต่ำและไฟสูงแบบ LED ให้ทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมแม้ในสภาพแสงน้อยในยามค่ำคืน ไฟเลี้ยวหน้าแยกส่วนแบบ LED ให้ความสว่างชัดเจน ไฟเลี้ยวหลังรวมอยู่ในชุดโคมไฟท้ายพร้อมไฟหรี่และไฟเบรกแบบ LED ไฟส่องป้ายทะเบียนแบบ LED ติดตั้งที่ตำแหน่งบังโคลนหลัง

Aprilia SR GT 200

ปลอดภัยเหนือระดับด้วยระบบอิมโมบิไลเซอร์ ปลอดภัยด้วยระบบอิมโมบิไลเซอร์ หรือระบบป้องกันการโจรกรรม ด้วยการป้องกันการสตาร์ทเครื่องยนต์ หากรหัสชิปในกุญแจไม่ตรงกับรหัสที่กล่อง ECU บันทึกไว้

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์ i-Get สูบเดียว 4 จังหวะ 4 วาล์ว ปริมาตร 174.4 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ มีระบบ Piaggio i-Get สตาร์ท – สต็อป มีกำลให้กำลังสูงสุด 17 แรงม้าที่ 8,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 16.5 นิวตันเมตรที่ 7,000 รอบ/นาที ส่งกำลังออโตเมติก CVT พร้อม ทอร์คเซิฟเวอร์ อัตราสิ้นเปลือง 38.5 กม./ลิตร

Aprilia SR GT 200

ช่วงล่าง

โช้คอัพหน้าเทเลสโคปิก ขนาด 33 มม. มีระยะยุบ 122 มม. ของ Showa โช้คอัพหลังคู่ปรับสปริงพรีโหลดได้ 5 ระดับ มีระยะยุบ 102 มม. ของ Showa ดิสก์เบรกหน้าเดี่ยวแบบ Wave Disc ขนาด 260 มม. คาลิเปอร์ 2 ลูกสูบของ Nissin พร้อมระบบ ABS ดิสก์หลังเดี่ยวขนาด 220 มม. คาลิปเปอร์ 2 ลูกสูบของ Nissin

Aprilia SR GT 200

ล้อแม็กโดยล้อหน้ามีขนาด 2.5″ x 14″ ยางหน้ามีขนาด 110/80-14 ล้อหลังขนาด 3.00″ x 13″ ยางหลังมีขนาด 130/70-13

หลังลองขี่

การทดลองขี่จัดในสนามโกคาร์ท เป็นโค้งซ้ายขวาต่อเนื่องและมีการทำสถานีเนินดักความเร็วและวางกรวยให้สลาลม อัตราเร่งดีทีเดียวในการเร่งออกจากโค้งไปยังอีกโค้ง ผมลองทั้งท่าขี่ปกติและขี่เข้าแบบโมตาร์ด รถให้ความสนุกมาก

เบรกและยางก็ทำงานแบบสั่งได้ เลี้ยวได้ไวและคมผ่านกรวยสลาลมได้สบายๆ ผมบิดแบบไม่ยกขึ้นเนินกระดก 3 เนินติดๆ กัน รถไม่เสียอาการ แต่ต้องยืนขี่นะเพราะท้ายรถจะดีดเป็นปกติ แต่ลงพื้นไม่เสียอาการบิดต่อไปได้เลย

ท่านั่งก็กระชับพอดู เบาะนั่งได้สบายรับก้นใหญ่ๆของผมได้ดี แฮนด์บาร์แต่ไม่กว้างนักใช้งานในเมืองสบายแน่ๆ พื้นที่วางเท้าขยับวางได้หลายตำแหน่ง แต่คนขายาวอาจยืดขาได้ไม่มากนัก ท่ายืนขี่ก็ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

ก็เป็นความเห็นจากที่ได้ลองขี่เล็กน้อยในสนามปิด ไว้มีโอกาสผมจะนำมาทดลองขี่ใช้งานจริงๆ กัน แล้วจะเล่าให้ฟังกันอีกทีครับ









มารู้จัก

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

10 + 8 =